บทความ Forex

ปัจจัยที่ทำให้ ค่าเงิน ในตลาด Forex มีเคลื่อนไหว

ในการเทรด Forex นั้น สิ่งที่นักเทรด (Trader) ควรให้ความสำคัญ คือ เรื่องราวหรือ ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงิน ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา เคลื่อนไหว เพราะเรื่องราวเหล่านี้ ส่งผลให้ตลาดเกิดการซื้อขายปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ นักเทรด (Trader) อาจสูญเสียเงินลงทุน (ล้างพอร์ต) หรืออาจจะทำให้เทคนิคการวิเคราะห์กราฟ เกิดการปรับเปลี่ยนขึ้นได้ คือ จากแนวโน้มขาขึ้นเปลี่ยนเป็นขาลง หรือจากแนวโน้มขาลงเปลี่ยนเป็นขาขึ้น เพราะเพียงผลประกาศตัวเลข จากข่าวต่างๆ เหล่านี้

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา มีการเคลื่อนไหวจากอะไร?

เนื่องจากตลาด Forex เป็น ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก จึงทำให้ราคาในตลาดนั้น มีการเปลี่ยนแปงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสกุลเงินที่มีการซื้อขายหรือเทรดเป็นอันดับต้นๆ วันนี้เราจะมานำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบว่า มีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ราคาในตลาด Forex นั้นมีการเคลื่อนไหว ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ราคามีการเคลื่อนไหว ก็คือ

1. ข่าวเศรษฐกิจ

2. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

3. มูลค่าค้าปลีก (Retail Sales)

4. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกา

5. รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production)

6. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)

7. การค้าระหว่างประเทศ

8. ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย

9. การเมือง

forex trading thailand

ข่าวเศรษฐกิจ ทำให้ราคาใน ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา เคลื่อนไหว

ในตลาด Forex หรือ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา มีการเผยแพร่ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ของแต่ละประเทศเป็นประจำ ทั้งจากหน่วยงานของรัฐ เอกชน รวมถึงการรวบรวม โดยสำนักข่าวต่างๆ ช่วยให้นักลงทุน รับทราบความเป็นไปใดๆ ทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ได้ การรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ทางเศรษฐกิจนี้ ทำให้เกิดการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของประเทศหนึ่งกับอีกประเทศหนึ่ง และส่งผลกระทบ กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศคู่นั้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ของคู่เงินในตลาด Forex ได้

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทำให้ราคาใน ตลาดแลก เปลี่ยนเงินตรา เคลื่อนไหว

สำหรับเรื่องของ ตลาด แลกเปลี่ยนเงินตรา Purchasing Managers’ Index (PMI) ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ราคาในตลาด Forex มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นข้อมูล จากรายงานจากผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อ จากหลากหลายบริษัททั่วภาคการผลิตจากหลายประเทศ โดยวัตถุประสงค์หลัก ของตัวบ่งชี้นี้ เพื่อช่วยให้นักลงทุน เห็นภาพรวมสถานะของภาคการผลิต ทั้งเชิงบวกหรือลบ ขยายหรือหดตัว ซึ่งตัวเลข PMI คำนวณจากตัวบ่งชี้ที่สำคัญ มีทั้งหมด 5 ตัว คือ

  • คำสั่งซื้อใหม่
  • ระดับสินค้าคงคลัง
  • การผลิต
  • การจัดส่ง
  • รวมถึงการจ้างงาน
ซื้อขายสกุลเงินออนไลน์

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มูลค่าค้าปลีก (Retail Sales)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP (Gross Domestic Product) คือ รายงานมูลค่า ทางการตลาดของสินค้า และบริการ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญใน ตลาด Forex เนื่องจาก เป็นตัวบ่งชี้ชัดเจน ให้เห็นได้ว่า เศรษฐกิจ หรือมาตรฐานการครองชีพ ของประชากรมีการเติบโต หยุดนิ่ง หรือหดตัว มีการเปลี่ยนแปลง มากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาที่ผ่าน บางครั้งนักวิเคราะห์ก็เข้ามามีบทบาท ในการที่วิเคราะห์กราฟต่างๆ เช่น กราฟแท่งเทียน เป็นต้น

ส่วน มูลค่าค้าปลีก (Retail Sales) เป็นอีกหนึ่งรายงาน ที่ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด รายงานนี้ ประมาณการยอดรวมสินค้าที่ขายได้ โดยเก็บข้อมูลตัวอย่างจากผู้ค้าปลีกทั่วประเทศ เนื่องจากผู้บริโภคปลายสุด ถือเป็นตัวแทนที่มีจำนวนเกินกว่า สองในสามของเศรษฐกิจ ในหลายประเทศ รายงาน Retail Sales มีประโยชน์มากในการวัดทิศทางของเศรษฐกิจ อีกทั้ง ข้อมูลของรายงาน มักเทียบกับยอดขายในเดือนก่อนหน้า นับว่าเป็นตัวชี้วัดที่ทันสมัยในระยะสั้นๆ ซึ่งแตกต่างจากรายงาน GDP ที่ระยะชี้วัดมีช่วงนานกว่า

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกา

Non-Farm (Non-Farm Payrolls หรือ NFP หรือ Employment Change) ทางการสหรัฐฯ จะมีกำหนดประกาศทุกเดือน ในวันศุกร์ มีผลต่อราคาใน ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร หมายถึง งานใดๆ ในระบบเศรษฐกิจ ของสหรัฐอเมริกา ยกเว้นงานการเกษตร หน่วยทหาร หน่วยข่าวกรอง และอีกบางหน่วยงาน ข่าว Non-Farm สามารถส่งผลกับแทบทุกตลาดการเงินทั่วโลก เนื่องจากอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ ไม่ว่าตัวเลข NFP ออกมาเชิงใด ก็ส่งผลถึง สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงคู่เงินต่างๆ ของ Forex โดยเฉพาคู่ที่มีเงิน USD เข้าร่วมด้วยเช่นกัน

รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production)

ซึ่งเปิดเผยโดย Federal Reserve เป็นรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับโรงงาน เหมืองแร่ รวมถึงสาธารณูปโภคต่างๆในสหรัฐอเมริกา สามารถใช้ประเมินระดับการผลิตซึ่งอาจส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่า เป็นประเทศที่การเคลื่อนไหวใดๆมักส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง รวมถึงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย

การค้าระหว่างประเทศ และ ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย

ความเชื่อมโยงระหว่างกัน ของเศรษฐกิจโลก สามารถบ่งชี้ความสมดุลของการค้า ความแตกต่าง ระหว่างการนำเข้า / ส่งออก ของแต่ละประเทศได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว นักลงทุนมักให้ความสำคัญ กับข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ ของประเทศใหญ่ๆ ซึ่งไม่ว่าออกมาเชิงใด ก็อาจส่งผลถึงการเพิ่ม หรือลดของค่าเงิน แต่ละสกุลได้ และอัตราดอกเบี้ย ที่แตกต่างกันของผู้ให้กู้ ในแต่ละประเทศ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน ในตลาดฟอเร็กซ์ โดยทั่วไปแล้วเงินลงทุนจากต่างชาติ มักมีการเชื่อมโยง กับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจมีผลให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราฯ เปลี่ยนแปลงได้

การเมือง

นักลงทุนใน Forex Market ควรติดตามข่าวการเมืองในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่เกี่ยวข้องกับคู่เงินหลัก ตัวอย่างหนึ่งที่ผ่านไปแล้วและน่าสังเกตคือ Brexit ซึ่งเป็นการถอนตัวจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร ซึ่งส่งให้เงินปอนด์อังกฤษดิ่งสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปี อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของอนาคตทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร นี่เป็นตัวอย่างที่รุนแรงของผลกระทบของการเมืองที่อาจมีต่อสกุลเงินใดๆ บ่อยครั้งเพียงความคิดเห็นของผู้นำบางประเทศ ก็อาจทำให้เกิดการแกว่งตัวของสกุลเงินประเทศนั้นๆได้เช่นกัน

บทสรุป

นอกจากที่กล่าวแล้ว การวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงข่าวเศรษฐกิจทั่วไป อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), สินค้าคงทนนาน, อัตราการว่างงาน ก็อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินต่างๆ ใน ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือตลาด Forex ได้เช่นกัน นักเทรด (Trader) จะต้องคอยติดตามข่าวสารให้ดี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อจะได้ทันต่อเหตุการณ์ และวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสกุลเงินต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง นั่นเอง


Back to top button